Flowtica

Odoo Inventory คืออะไร? จัดการสต็อกลดของขาด-ของล้นสำหรับ SME ไทย

โดย ทีม Flowtica

Odoo Inventory คือระบบจัดการสต็อกที่รู้ว่าสินค้าแต่ละชิ้นอยู่ที่ไหน มาจากไหน และเหลืออีกเท่าไร บทความนี้อธิบายว่าฟีเจอร์หลักทำงานอย่างไร SME ไทยได้อะไร และตั้งค่าทีละขั้นอย่างไรให้ระบบสั่งซื้ออัตโนมัติเมื่อสินค้าใกล้หมด

Odoo Inventory คืออะไร

Odoo Inventory เป็น module ในชุด Odoo ERP ที่รับผิดชอบการเคลื่อนไหวของสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่รับของจาก vendor จนถึงส่งของให้ลูกค้า ประกอบด้วยฟีเจอร์หลักดังนี้

  • Real-time stock tracking — รู้ปริมาณสต็อกปัจจุบันในทุกคลังและ location
  • Reorder Rules — ตั้งกฎสั่งซื้ออัตโนมัติเมื่อสต็อกต่ำกว่า minimum ที่กำหนด
  • Lot และ Serial Number tracking — ติดตามสินค้าเป็นชุดหรือรายชิ้น รองรับ expiry date
  • Barcode scanning — รับ-ส่งสินค้าด้วยการสแกนบาร์โค้ดบนมือถือหรือ scanner
  • Multi-location warehouse — จัดการคลังหลายจุดในระบบเดียว เช่น คลังกรุงเทพและคลังต่างจังหวัด

สิ่งที่ทำให้ Odoo Inventory ต่างจากโปรแกรมสต็อกแบบแยกต่างหากคือมันเชื่อมต่อกับ Odoo Purchase, Sales, Manufacturing และ Accounting โดยตรง เมื่อยืนยันใบสั่งขาย สต็อกถูกจองอัตโนมัติ เมื่อรับสินค้าจาก vendor บัญชีรับต้นทุนทันที ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำในหลายระบบ

ทำไม SME ไทยถึงต้องการระบบนี้

ปัญหาที่พบบ่อยใน SME ที่ยังจัดการสต็อกด้วย Excel หรือบัญชีกระดาษ

  • ของขาด สินค้าขายดีหมดโดยที่ไม่มีใครสั่งซื้อเพิ่มทัน เพราะไม่มีการแจ้งเตือน minimum stock
  • ของล้น สั่งซื้อซ้ำซ้อนเพราะสต็อกไม่ update real-time ทำให้ทุนจม
  • สินค้าหมดอายุ ไม่รู้ว่า lot ไหนเก่าที่สุดควรจ่ายก่อน (FEFO — First Expired First Out)
  • ไม่มี traceability เมื่อลูกค้า complain เรื่องสินค้าชำรุด ไม่สามารถ trace กลับไปหา lot หรือ vendor เดิมได้
  • ยอดบัญชีไม่ตรงสต็อก ทีมคลังนับยอดหนึ่ง ทีมบัญชีมีตัวเลขอีกชุด ต้องนั่ง reconcile ทุกเดือน

ประโยชน์ที่ได้รับจาก Odoo Inventory

  • ลดปัญหาสต็อกขาดและล้น Reorder Rules คำนวณและสร้าง Purchase Order ให้อัตโนมัติเมื่อสต็อกต่ำกว่าระดับที่ตั้งไว้ ไม่ต้องนั่งเช็ครายวัน (ผู้ให้บริการ Odoo ระบุว่าช่วยลด excess inventory ได้โดยเฉลี่ย — ผลจริงขึ้นกับบริบทของแต่ละธุรกิจ)
  • Traceability เต็มรูปแบบ สามารถ trace ว่าสินค้า lot X มาจาก vendor ไหน ส่งให้ลูกค้าใดบ้าง ทำได้ภายในไม่กี่คลิกเมื่อต้องการ recall หรือตอบ complaint
  • ลดเวลารับ-ส่งสินค้า ทีมคลังสแกนบาร์โค้ดแทนการพิมพ์ ลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลด้วยมือ
  • บัญชีตรงสต็อกเสมอ ทุก stock move บันทึกบัญชีอัตโนมัติ ไม่ต้องรอสิ้นเดือนเพื่อ reconcile
  • รองรับ multi-warehouse SME ที่มีหลายสาขาหรือคลังกระจายสินค้าบริหารได้จาก dashboard เดียว

วิธีตั้งค่า Odoo Inventory ทีละขั้น

ขั้นที่ 1 — เปิด Module และตั้งค่า Warehouse

ไปที่ Apps แล้วติดตั้ง Inventory จากนั้นใน Inventory → Configuration → Settings เปิด

  • Storage Locations — เพื่อจัดการ location ย่อยภายในคลัง (เช่น ชั้น A1, ช่องแช่เย็น)
  • Multi-Step Routes — สำหรับ workflow รับสินค้าหลายขั้นตอน เช่น รับของ → ตรวจคุณภาพ → วางชั้น
  • Lots & Serial Numbers — เปิดก่อนหากต้องการ tracking ระดับ lot หรือชิ้น

หากมีหลายคลัง ตั้งค่าใน Configuration → Warehouses สร้างคลังใหม่ระบุ Short Name (เช่น BKK, CNX) และ Route ที่ต้องการ ระบบจะสร้าง location tree ให้อัตโนมัติ

ขั้นที่ 2 — ตั้ง Lot/Serial Number Tracking ให้สินค้า

เปิดสินค้าที่ต้องการ (Product) → แท็บ Inventory → ตั้ง Tracking

  • By Lot — สำหรับสินค้าที่มี expiry date หรือผลิตเป็นชุด (อาหาร ยา วัตถุดิบ)
  • By Unique Serial Number — สำหรับสินค้าที่ต้องติดตามรายชิ้น (เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า)
  • No Tracking — สำหรับสินค้าทั่วไปที่ไม่ต้องการ traceability

เมื่อตั้งค่าแล้ว Odoo จะบังคับให้กรอก Lot หรือ Serial Number ทุกครั้งที่รับหรือส่งสินค้านั้น ไม่มีทางลืม

เพื่อให้ระบบเลือกหยิบสินค้าที่หมดอายุก่อน ไปที่ Inventory → Configuration → Product Categories แล้วตั้ง Removal Strategy เป็น FEFO (First Expired, First Out) ในหมวดหมู่ที่ต้องการ

ขั้นที่ 3 — ตั้ง Reorder Rules

Reorder Rules คือหัวใจของการสั่งซื้อสต็อกอัตโนมัติ ไปที่ Inventory → Operations → Replenishment

กด New แล้วกรอก

| ฟิลด์ | ความหมาย | ตัวอย่าง | |---|---|---| | Product | สินค้าที่ต้องการตั้งกฎ | น้ำมันพืช 1 ลิตร | | Location | คลังที่ติดตาม | WH/Stock | | Min Qty | สต็อกต่ำสุดที่ trigger การสั่งซื้อ | 50 ลัง | | Max Qty | เติมสต็อกถึงระดับนี้ | 200 ลัง | | Quantity Multiple | จำนวนต้องเป็นทวีคูณของเท่าไร | 10 (ซื้อครั้งละหน่วยบรรจุ) | | Route | จัดซื้อหรือผลิต | Buy |

Scheduler รันทุกคืน (หรือ trigger ด้วยมือได้) จะสร้าง Request for Quotation (RFQ) ให้อัตโนมัติสำหรับสินค้าที่สต็อกต่ำกว่า Min Qty ทีมจัดซื้อแค่เปิด RFQ ยืนยัน vendor และส่งคำสั่งซื้อได้เลย

ขั้นที่ 4 — ตั้งค่า Barcode สำหรับทีม Warehouse

ติดตั้ง Barcode module → ไปที่ Inventory → Configuration → Settings เปิด Barcode Scanner

ทีมคลังเข้าใช้งานผ่าน Odoo Barcode ซึ่งเป็น PWA app ที่เปิดบนมือถือหรือ tablet ได้เลย ไม่ต้องติดตั้ง app แยก รองรับ

  • Receipts — สแกนบาร์โค้ดสินค้าเพื่อยืนยันการรับของตาม PO
  • Delivery Orders — สแกนหยิบสินค้าตาม Sales Order ลดข้อผิดพลาดจากการหยิบผิด
  • Inventory Adjustments — นับสต็อกด้วยการสแกนโดยตรง ไม่ต้องพิมพ์รหัสสินค้า
  • Internal Transfers — ย้ายสินค้าระหว่าง location ภายในคลัง

สำหรับสินค้าที่ยังไม่มีบาร์โค้ด Odoo พิมพ์ barcode label จากในระบบได้ผ่าน Inventory → Products → Print Labels

ขั้นที่ 5 — ตรวจสอบและ Reconcile สต็อก

ทุกสิ้นเดือนหรือตามรอบที่กำหนด ตรวจสอบ

  1. Inventory → Reporting → Inventory Valuation — ดูมูลค่าสต็อกปัจจุบันแยกตาม product และ lot
  2. เปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินหมุนเวียนใน Accounting
  3. หากพบความต่างจากการสูญหายหรือสินค้าเสีย ใช้ Physical Inventory ใน Odoo เพื่ออัปเดตจำนวนจริง ระบบจะสร้าง journal entry บันทึกผลต่างเข้าบัญชี Inventory Adjustment Account อัตโนมัติ

ข้อควรรู้ก่อนเริ่มต้น

  • ตั้ง Tracking ก่อนมีสต็อก — การเปลี่ยน tracking จาก None เป็น Lot หลังจากมีสต็อกอยู่ในระบบแล้วทำได้แต่ยุ่งยาก ควรตั้งค่าตั้งแต่แรก
  • Reorder Rules ต้องมี Vendor — สินค้าที่ตั้ง Reorder Rules ต้องมี vendor ที่ approved อย่างน้อย 1 รายใน vendor pricelist ไม่งั้น scheduler จะสร้าง RFQ ไม่ได้
  • ตรวจ Forecasted Quantity — Odoo แสดง Forecasted Qty ซึ่งรวมสต็อกปัจจุบัน + ของที่รอรับ - ของที่ลูกค้ารอรับ ใช้ตัวเลขนี้ตัดสินใจ ไม่ใช่ยอดสต็อกดิบ
  • Multi-step route ต้องออกแบบก่อน — ถ้าคลังมีขั้นตอนรับของหลายชั้น เช่น Quality Check zone ควรออกแบบ route ก่อนตั้งระบบ เพราะแก้ภายหลังกระทบ workflow ที่ทำอยู่

สรุป

Odoo Inventory ช่วย SME ไทยออกจากวัฏจักรของขาด-ของล้น-บัญชีไม่ตรงสต็อก ด้วยการรวมการเคลื่อนไหวสินค้า การสั่งซื้ออัตโนมัติ การติดตาม lot และ barcode ไว้ในระบบ ERP เดียวกัน ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ใช้ได้ใน Odoo Community โดยไม่มีค่า license เพิ่ม และตั้งค่าได้ภายใน 1-2 วันหากมีข้อมูลสินค้าพร้อม

หากต้องการออกแบบ inventory flow ให้ตรงกับ warehouse จริงของคุณ หรือ migrate จากระบบเก่าเข้า Odoo ติดต่อทีม Flowtica ได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

Odoo Inventory ต่างจาก WMS (Warehouse Management System) ทั่วไปอย่างไร

Odoo Inventory เป็นส่วนหนึ่งของ Odoo ERP ซึ่งเชื่อมต่อกับ module จัดซื้อ ขาย บัญชี และผลิตได้โดยตรง เมื่อ SO ยืนยัน สต็อกถูกจองทันที เมื่อรับของ ต้นทุนเข้าบัญชีอัตโนมัติ WMS แบบแยกต่างหากต้องเชื่อมต่อกับ ERP เพิ่มเติมซึ่งมีค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนสูงกว่า

Odoo Community (ฟรี) ใช้ Inventory ได้ไหม

ได้ Inventory module พื้นฐานรวมถึง Reorder Rules, Lot/Serial tracking, Multi-location มีใน Odoo Community ฟีเจอร์ที่ต้องใช้ Enterprise ได้แก่ Barcode PWA app เต็มรูปแบบ, Putaway Strategies ขั้นสูง และ Landed Costs

จะตั้ง Reorder Rules สำหรับสินค้าหลายร้อยรายการพร้อมกันได้ไหม

ได้ Odoo รองรับการตั้ง Reorder Rules ผ่าน Import CSV ซึ่งช่วยให้ตั้งค่า min/max/multiple quantity ให้สินค้าหลายร้อยรายการได้ในครั้งเดียว หรือใช้ Odoo Automated Actions ตั้งกฎที่ใช้ร่วมกันสำหรับ product category ได้เช่นกัน

Lot tracking กับ Serial Number tracking ต่างกันยังไง ควรเลือกอะไร

Lot tracking ใช้สำหรับสินค้าที่ผลิตเป็นชุด (batch) เช่น อาหาร วัตถุดิบ ยา ที่มี production date และ expiry date ร่วมกัน ส่วน Serial Number ใช้สำหรับสินค้าที่ต้องติดตามรายชิ้น เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ SME ที่ขายสินค้าอาหารควรเลือก Lot ส่วนธุรกิจที่ขายอุปกรณ์ควรเลือก Serial

Odoo Inventory เชื่อมกับบัญชีและจัดซื้อยังไง

เมื่อรับสินค้าผ่าน Odoo Inventory ระบบสร้าง Vendor Bill Draft ให้อัตโนมัติ ต้นทุนสินค้าเข้า stock valuation ทันที และเมื่อส่งสินค้า COGS (ต้นทุนขาย) ถูกบันทึกในบัญชีทันทีโดยไม่ต้องกรอกซ้ำ