AI ตรวจจับความผิดปกติในวิดีโอวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะสำหรับ SME ไทย
AI ตรวจจับความผิดปกติในวิดีโอวงจรปิดเปลี่ยนกล้องรักษาความปลอดภัยธรรมดาให้เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่เรียนรู้พฤติกรรมร้านค้าหรือโรงงานของคุณ และแจ้งเตือนทันทีเมื่อพบสิ่งผิดปกติ โดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปคลาวด์หรือลงทุนฮาร์ดแวร์แพง ๆ สำหรับ SME ไทย นี่คือทางออกที่ช่วยลดภาระพนักงานรักษาความปลอดภัย เพิ่มความแม่นยำในการป้องกันเหตุ และทำงานร่วมกับระบบ ERP อย่าง Odoo เพื่อจัดการอัตโนมัติแบบครบวงจร
หลายธุรกิจ SME ไทยยังใช้กล้องวงจรปิดแบบเดิมที่เพียงบันทึกวิดีโอไว้ย้อนหลัง เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง เช่น มีคนบุกรุกตอนกลางคืน หรือลูกค้าลื่นล้มในร้าน เจ้าของธุรกิจต้องมานั่งดูเทปย้อนหลังเพื่อหาสาเหตุ ซึ่งใช้เวลานานและมักไม่ทันการณ์ ปัญหาที่พบบ่อยคือพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่สามารถเฝ้าจอทุกกล้องได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือมีค่าใช้จ่ายสูงในการจ้างพนักงานเพิ่ม นอกจากนี้ SME ไทยหลายแห่งยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ไม่สามารถซื้อระบบรักษาความปลอดภัยระดับองค์กรที่มีราคาแพง หรือต้องพึ่งทีม Data Science ในการตั้งค่าระบบ
AI ตรวจจับความผิดปกติในวิดีโอวงจรปิดด้วยเทคโนโลยี Edge Computing คือคำตอบที่แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะ AI ทำงานบนตัวกล้องหรืออุปกรณ์ AI Box โดยตรง ไม่ต้องส่งวิดีโอไปยังคลาวด์ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายด้านแบนด์วิดท์ได้ถึง 90% (ผู้ให้บริการระบุ) และเพิ่มความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดอยู่ภายในระบบขององค์กร ระบบสามารถเรียนรู้พฤติกรรมปกติของสถานที่ เช่น รูปแบบการเดินของพนักงาน เวลาเปิด-ปิดร้าน และลักษณะท่าทางปกติ เมื่อพบเหตุการณ์ที่เบี่ยงเบนจากรูปแบบนั้น เช่น คนเดินย้อนทางตอนกลางคืน หรือ มีวัตถุถูกวางในจุดที่ไม่ควรมี ระบบจะสร้างสัญญาณเตือนภายในไม่กี่วินาที
ทำไม AI ตรวจจับความผิดปกติถึงสำคัญกับ SME ไทย
ธุรกิจ SME ไทยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านที่แตกต่างจากธุรกิจใหญ่ ทั้งงบประมาณที่จำกัดและทรัพยากรบุคคลที่น้อยกว่า ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะที่ใช้ AI จึงไม่ใช่แค่ของเล่นเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในหลายด้านพร้อมกัน
ลดภาระพนักงานรักษาความปลอดภัย การเฝ้าจอกล้องหลายตัวพร้อมกันเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิสูง และมนุษย์มักพลาดเหตุการณ์สำคัญหลังจากเฝ้าจอครบ 20 นาที (จากงานวิจัยของ Sandia National Laboratories) AI สามารถเฝ้าจอได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่เหนื่อยล้า แจ้งเตือนเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญจริง ๆ ทำให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานอื่นที่มีมูลค่าสูงกว่า แทนที่จะจ้องจอตลอดเวลา
เพิ่มความแม่นยำในการป้องกันเหตุ ระบบ AI สามารถตรวจจับเหตุการณ์ที่มนุษย์มองข้ามหรือใช้เวลานานในการสังเกต เช่น การที่พนักงานหยิบสินค้าโดยไม่บันทึกในระบบ POS ซึ่งทำให้ธุรกิจสูญเสียรายได้ หรือการที่ลูกค้าลื่นล้มในร้าน ซึ่งอาจนำไปสู่คดีความและการจ่ายค่าชดเชยสูง กรณีศึกษาในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ใช้ระบบ AI ตรวจจับการลื่นล้ม พบว่าสามารถตรวจจับเหตุการณ์ได้ภายใน 3 วินาทีหลังจากเกิดเหตุ ช่วยให้พนักงานเข้าช่วยเหลือลูกค้าได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้อง (ผู้ให้บริการระบุ)
ลดต้นทุนระยะยาว การใช้ AI Box ราคาประหยัดกับกล้องรุ่นเก่าที่มีอยู่แล้ว ทำให้ SME ไม่ต้องลงทุนเปลี่ยนระบบทั้งหมด ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 5,000-15,000 บาทต่อ AI Box (รองรับ 4-8 กล้อง) ซึ่งถูกกว่าการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยเพิ่มอีกคนที่ต้องจ่ายเดือนละ 12,000-18,000 บาท ทำให้คืนทุนได้ภายในไม่กี่เดือน
AI Edge Computing ทำงานอย่างไรบนกล้องวงจรปิด
หลายคนอาจสงสัยว่า AI ที่ซับซ้อนขนาดนี้ทำงานบนอุปกรณ์ขนาดเล็กได้อย่างไร คำตอบคือเทคโนโลยี Edge Computing ที่ประมวลผลข้อมูลใกล้แหล่งกำเนิด แทนที่จะส่งไปยังคลาวด์
AI Box หรือชิป AI ในกล้องประกอบด้วยหน่วยประมวลผลพิเศษที่เรียกว่า NPU (Neural Processing Unit) ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทำงานคำนวณทางคณิตศาสตร์สำหรับ AI โดยเฉพาะ แตกต่างจาก CPU ทั่วไปที่ใช้ประมวลผลหลายอย่างพร้อมกัน แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน AI NPU สามารถประมวลผลภาพจากกล้องความละเอียด 1080p ได้สูงถึง 30-60 เฟรมต่อวินาที โดยใช้พลังงานเพียง 5-15 วัตต์
กระบวนการทำงานเริ่มต้นด้วยการที่ AI เรียนรู้ 'โมเดลพฤติกรรมปกติ' ของสถานที่ เช่น ในร้านสะดวกซื้อ โมเดลอาจเรียนรู้ว่าพนักงานเดินจากหน้าร้านไปหลังร้านวันละ 50 ครั้ง ลูกค้าเดินผ่านประตูเข้า-ออกเฉลี่ย 200 คนต่อวัน และช่วงเวลาที่มีการเคลื่อนไหวหนาแน่นคือ 11:00-13:00 น. เมื่อระบบพบเหตุการณ์ที่เบี่ยงเบนจากโมเดล เช่น มีคนเดินในพื้นที่หลังร้านตอนตี 2 หรือมีกระเป๋าถูกวางทิ้งไว้ในจุดที่ไม่มีการวางของปกติ ระบบจะทำการ 'segment' ภาพเพื่อแยกวัตถุที่มีความผิดปกติ แล้วเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลเหตุการณ์ที่เคยเรียนรู้
ข้อดีของการทำงานแบบ Edge คือ ลด latency เหลือเพียง 1-3 วินาที จากเดิมที่ต้องส่งไปคลาวด์อาจใช้เวลา 5-10 วินาทีหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญคือ ข้อมูลวิดีโอไม่ต้องออกจากระบบภายใน ซึ่งตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่ AI ตรวจจับได้ในธุรกิจไทย
ร้านสะดวกซื้อในย่านชุมชน สามารถตั้งค่าระบบให้ตรวจจับการลื่นล้มของลูกค้าบริเวณหน้าชั้นวางเครื่องดื่ม ซึ่งมักมีน้ำหยดลงพื้น เมื่อเกิดเหตุ ระบบจะแจ้งเตือนพนักงานผ่าน LINE พร้อมคลิปเหตุการณ์ ช่วยให้พนักงานเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าได้ภายใน 1-2 นาที ลดความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องและการสูญเสียชื่อเสียง
โกดังสินค้าของโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในนิคมอุตสาหกรรม ตั้งค่า Virtual Fence บริเวณพื้นที่เก็บสินค้ามูลค่าสูง โดยกำหนดให้ระบบตรวจจับเฉพาะตอนกลางคืน (22:00-06:00 น.) ซึ่งไม่มีพนักงานทำงานล่วงเวลา หากมีคนเข้าไปในพื้นที่นี้ในช่วงเวลาดังกล่าว ระบบจะส่ง Ticket อัตโนมัติไปยัง Odoo ERP พร้อมคลิปวิดีโอความยาว 10 วินาทีก่อนและหลังเกิดเหตุ และแจ้งเตือนผู้จัดการรักษาความปลอดภัยผ่าน LINE โดยตรง
ร้านอาหารตามสั่งย่านการค้า ใช้ระบบตรวจจับการทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าร้าน โดย AI จะวิเคราะห์ท่าทางของบุคคล หากมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรง เช่น การชกต่อย หรือการผลักกัน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าของร้านและแจ้งให้พนักงานเข้าไประงับเหตุ โดยไม่ต้องรอให้เหตุการณ์ลุกลาม
ธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก ใช้ระบบตรวจจับการที่พนักงานหยิบสินค้าโดยไม่บันทึกในระบบ POS โดยตั้งค่าให้ AI วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของมือพนักงานบริเวณจุดชำระเงิน หากพบว่ามีสินค้าถูกหยิบไปโดยไม่มีการสแกน ระบบจะบันทึกคลิปและส่งแจ้งเตือนไปยังผู้จัดการเพื่อตรวจสอบ ช่วยลดการสูญเสียสินค้าจากภายในองค์กร
โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ใช้ระบบตรวจจับวัตถุต้องสงสัยบริเวณทางเข้า และตรวจจับการที่บุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม เช่น ห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการ โดยสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนตามช่วงเวลาเรียนและช่วงปิดเทอมได้อย่างยืดหยุ่น
วิธีเชื่อมต่อ AI ตรวจจับความผิดปกติกับ Odoo ERP เพื่อจัดการอัตโนมัติ
หนึ่งในความสามารถที่ทำให้ Flowtica AI Box แตกต่างจากระบบรักษาความปลอดภัยทั่วไปคือการเชื่อมต่อกับระบบ ERP อย่าง Odoo ซึ่งเป็นระบบที่ SME ไทยนิยมใช้ในการจัดการธุรกิจ
เมื่อ AI ตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติ ระบบจะส่งข้อมูลผ่าน Webhook หรือ API ไปยัง Odoo โดยสามารถกำหนดให้สร้าง Ticket ในโมดูลต่าง ๆ ตามประเภทเหตุการณ์ เช่น
- โมดูล Maintenance สำหรับเหตุการณ์ที่ต้องการการซ่อมแซม เช่น ระบบไฟฟ้าขัดข้อง หรือความเสียหายทางกายภาพ
- โมดูล Helpdesk สำหรับเหตุการณ์ที่ต้องการการตรวจสอบ เช่น การบุกรุก หรือพฤติกรรมต้องสงสัย
- โมดูล Stock สำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า เช่น การหยิบสินค้าโดยไม่บันทึก
Ticket ที่สร้างโดยอัตโนมัติจะประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ ได้แก่ เวลาที่เกิดเหตุ (timestamp) ตำแหน่งกล้อง ระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ (Low/Medium/Critical) และลิงก์ไปยังคลิปวิดีโอที่เก็บในระบบภายใน (ไม่ใช่คลาวด์) ผู้จัดการสามารถคลิกที่ลิงก์เพื่อดูคลิปได้ทันทีจาก Ticket โดยไม่ต้องเข้าไปค้นหาในระบบกล้องเอง
นอกจากนี้ ระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับ LINE Notify หรือ LINE Messaging API เพื่อส่งการแจ้งเตือนไปยังกลุ่ม LINE ขององค์กร โดยแนบลิงก์ไปยัง Ticket ใน Odoo เพื่อให้ผู้จัดการสามารถดำเนินการได้ทันที เช่น ตั้งค่าระดับความเสี่ยง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ปรับใช้กับกล้องรุ่นเก่าโดยไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมดด้วย AI Box
หนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้ SME ลังเลที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่คือการต้องลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีอยู่ AI Box คืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยสามารถเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดรุ่นเก่าที่มีช่องสัญญาณ BNC (coaxial) หรือ IP ได้โดยตรง
AI Box มีหลายรูปแบบตามการใช้งาน:
- AI Box standalone: รับสัญญาณจากกล้องผ่านสาย BNC หรือ IP แล้วแปลงสัญญาณเป็นดิจิทัล ประมวลผลด้วย AI ก่อนส่งต่อไปยัง DVR/NVR หรือจอแสดงผล
- AI Box integrated: เชื่อมต่อระหว่างกล้องกับ DVR/NVR โดยต่อพ่วงเป็นอุปกรณ์กลางที่ทำหน้าที่ประมวลผล AI แบบเรียลไทม์
- AI Box สำหรับระบบ NVR: รองรับการเชื่อมต่อกับกล้อง IP หลายตัวผ่านเครือข่าย LAN
การติดตั้งทำได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายเคเบิลเดิม เพียงเชื่อมต่อ AI Box เข้ากับระบบที่มีอยู่ ผู้ใช้สามารถตั้งค่าผ่านแดชบอร์ดบนเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชัน โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม
ขั้นตอนเริ่มต้นใช้ระบบ AI ตรวจจับความผิดปกติสำหรับธุรกิจคุณ
การเริ่มต้นใช้งาน Flowtica AI Box หรือระบบ AI ตรวจจับความผิดปกติในวิดีโอวงจรปิดนั้นง่ายกว่าที่คิด เพียงทำตาม 6 ขั้นตอนนี้:
1. ประเมินความต้องการและเลือกกล้อง สำรวจพื้นที่ที่ต้องการเฝ้าระวัง เช่น หน้าร้าน คลังสินค้า หรือจุดรับชำระเงิน กำหนดประเภทเหตุการณ์ที่ต้องการตรวจจับ ถ้ากล้องที่มีอยู่มีความละเอียด 2MP ขึ้นไป ก็สามารถใช้ร่วมกับ AI Box ได้ทันที
2. เลือกซื้อ AI Box เลือกอุปกรณ์ที่รองรับจำนวนกล้องที่ต้องการ โดยทั่วไปราคาเริ่มต้น 5,000-15,000 บาทต่อเครื่อง (รองรับ 4-8 กล้อง) ตรวจสอบว่ารองรับฟังก์ชันที่ต้องการ เช่น การตรวจจับบุคคล ยานพาหนะ และการเชื่อมต่อ Odoo ERP
3. ติดตั้งและเชื่อมต่อระบบ เชื่อมต่อกล้องเข้ากับ AI Box ผ่านสาย BNC หรือ IP แล้วเชื่อมต่อ AI Box เข้ากับเครือข่าย LAN ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหรือเปิดแดชบอร์ดผ่านเว็บเบราว์เซอร์
4. ตั้งค่าพื้นที่และกฏการตรวจจับ วาด Virtual Fence บนภาพจากกล้อง กำหนดเวลาทำการและโหมดการทำงาน (กลางวัน/กลางคืน) ตั้งค่า Ignore Zone สำหรับพื้นที่ที่ไม่ต้องการแจ้งเตือน
5. เชื่อมต่อกับ Odoo ERP และ LINE ใส่ API Key หรือ Webhook URL จาก Odoo เพื่อให้สร้าง Ticket อัตโนมัติ เชื่อมต่อ LINE Notify เพื่อรับการแจ้งเตือนทันที
6. ทดสอบและปรับจูน จำลองเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบการแจ้งเตือน ปรับความไวของการตรวจจับตามความเหมาะสม ระบบจะเรียนรู้และปรับปรุงความแม่นยำเองใน 1-2 สัปดาห์แรก
สรุป: AI ตรวจจับความผิดปกติคืออนาคตของความปลอดภัยสำหรับ SME ไทย
การลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะด้วย AI ตรวจจับความผิดปกติในวิดีโอวงจรปิดไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป SME ไทยสามารถเริ่มต้นใช้เทคโนโลยีนี้ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนกล้องทั้งหมด ไม่ต้องมีทีม Data Science และไม่ต้องส่งข้อมูลไปคลาวด์ เพียงติดตั้ง AI Box ที่ทำงานแบบ Edge Computing กับกล้องที่มีอยู่ และเชื่อมต่อกับระบบ ERP อย่าง Odoo เพื่อจัดการอัตโนมัติ
ประโยชน์ที่ SME จะได้รับคือการลดภาระพนักงานรักษาความปลอดภัย เพิ่มความแม่นยำในการป้องกันเหตุ ลดต้นทุนระยะยาว และเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดความเสียหายสูง ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุก การลื่นล้มของลูกค้า การทะเลาะวิวาท หรือการสูญเสียสินค้าจากภายใน
ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายและราคาประหยัด SME ไทยไม่ควรรอช้า เพราะระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะไม่ใช่แค่การป้องกันเหตุ แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของธุรกิจ ลูกค้า และพนักงานทุกคนในองค์กร
คำถามที่พบบ่อย
AI ตรวจจับความผิดปกติในวิดีโอวงจรปิดทำงานอย่างไร โดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปคลาวด์?
ระบบใช้เทคโนโลยี Edge Computing โดยประมวลผลบน AI Box หรือชิปในกล้องโดยตรง ซึ่งจะเรียนรู้พฤติกรรมปกติของสถานที่ เช่น รูปแบบการเดินของพนักงาน เวลาเปิด-ปิดร้าน และลักษณะท่าทางปกติ เมื่อพบเหตุการณ์ที่เบี่ยงเบนจากรูปแบบนั้น เช่น คนเดินย้อนทางตอนกลางคืน หรือมีวัตถุถูกวางในจุดที่ไม่ควรมี ระบบจะสร้างสัญญาณเตือนภายในไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องส่งวิดีโอไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านแบนด์วิดท์และเพิ่มความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดอยู่ภายในระบบขององค์กร
SME ไทยที่ใช้กล้องวงจรปิดรุ่นเก่าอยู่แล้ว ต้องเปลี่ยนกล้องทั้งหมดหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกล้องทั้งหมด ระบบ AI Box ออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดรุ่นเก่าที่มีช่องสัญญาณ BNC หรือ IP ได้โดยตรง เพียงติดตั้ง AI Box ระหว่างกล้องและ DVR/NVR หรือใช้ AI Box standalone ที่รับสัญญาณจากกล้องที่มีอยู่ ราคา AI Box เริ่มต้นประมาณ 5,000-15,000 บาทต่อเครื่อง (ผู้ให้บริการระบุ) ซึ่งรองรับกล้องได้ 4-8 ตัว ทำให้ SME ที่มีกล้องอยู่แล้วประหยัดงบประมาณ ไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ทั้งหมด เพียงเพิ่มความสามารถ AI เข้าไปในระบบเดิม
AI ตรวจจับเหตุการณ์อะไรได้บ้างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ SME ไทย?
นอกจากตรวจจับการบุกรุกพื้นฐาน ระบบสามารถตรวจจับเหตุการณ์เฉพาะสำหรับธุรกิจไทย เช่น การลื่นล้มของลูกค้าในร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหาร ซึ่งสำคัญมากสำหรับการประกันภัยและการดูแลลูกค้า การทะเลาะวิวาทภายในร้านที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง การที่พนักงานหยิบสินค้าโดยไม่บันทึกในระบบ POS ซึ่งช่วยป้องกันสินค้าขาด การทิ้งสิ่งของต้องสงสัยในพื้นที่หวงห้าม และการตรวจจับควันหรือไฟในระยะเริ่มต้น ระบบยังรองรับการตั้งค่าเขตหวงห้าม (Virtual Fence) แบบยืดหยุ่นตามเวลาทำการ เช่น ปิดพื้นที่คลังสินค้าตอนกลางคืน
ระบบเชื่อมต่อกับ Odoo ERP เพื่อแจ้งเตือนเป็น Ticket ได้อย่างไร?
Flowtica AI Box มีฟังก์ชันเชื่อมต่อกับ Odoo ERP ผ่าน API หรือ Webhook เมื่อตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติ ระบบจะสร้าง Ticket อัตโนมัติในโมดูล 'Maintenance' หรือ 'Helpdesk' ของ Odoo โดยระบุรายละเอียดที่จำเป็น เช่น เวลาที่เกิดเหตุ ตำแหน่งกล้อง ลิงก์ไปยังคลิปวิดีโอ (ที่เก็บในระบบภายใน) และระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ ผู้จัดการสามารถรับการแจ้งเตือนผ่าน LINE Notify หรืออีเมลทันที สามารถตรวจสอบคลิปจาก Ticket และกดดำเนินการ เช่น ตั้งค่าระดับความเสี่ยง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องเข้าไปดูกล้องทุกตัวเอง
ระบบแยกแยะการแจ้งเตือนเท็จจากสัตว์เลี้ยงหรือพนักงานที่ทำงานล่วงเวลาอย่างไร?
ระบบใช้ AI ที่เรียนรู้พฤติกรรมตามเวลาจริง โดยผู้ใช้สามารถตั้งค่า 'โหมดการทำงาน' ตามช่วงเวลา เช่น กำหนดให้พื้นที่บางส่วนเป็น 'โหมดปลอดภัย' เฉพาะเวลากลางคืน โดยในโหมดกลางวัน ระบบจะตรวจจับเฉพาะเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การทะเลาะวิวาท โดยไม่แจ้งเตือนพนักงานที่เดินผ่านปกติ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน 'Ignore Zone' ซึ่งผู้ใช้สามารถวาดพื้นที่ที่ต้องการให้ระบบไม่สนใจ เช่น จุดที่สัตว์เลี้ยงมักเดินผ่าน หรือพื้นที่ที่พนักงานใช้ทำงานล่วงเวลาเป็นประจำ การตั้งค่าเหล่านี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ผ่านแดชบอร์ดโดยไม่ต้องเขียนโค้ด