Flowtica

AI Agent แบบ Federated Learning: ทางรักข้อมูล SME ไทยที่ไม่ต้องส่งข้อมูลออกนอกระบบ

โดย ทีม Flowtica

AI Agent แบบ Federated Learning: ทางรักข้อมูล SME ไทยที่ไม่ต้องส่งข้อมูลออกนอกระบบ

Federated Learning คือแนวทางที่ให้ SME หลายแห่งร่วมกันฝึก AI Agent โดยที่ข้อมูลดิบของลูกค้าไม่ต้องออกจากระบบของแต่ละธุรกิจ แทนที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดไปไว้ที่เซิร์ฟเวอร์กลางเหมือนวิธีดั้งเดิม วิธีนี้จะส่งเฉพาะค่าพารามิเตอร์ของโมเดลที่ถูกอัปเดตแล้วเท่านั้นกลับไปรวมกัน ทำให้ธุรกิจรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับได้รับประโยชน์จากโมเดลพยากรณ์ที่แม่นยำขึ้นเพราะได้เรียนรู้จากข้อมูลที่หลากหลายของธุรกิจอื่น โดยไม่ต้องเปิดเผยความลับทางการค้าหรือข้อมูลลูกค้าของตนเอง

Federated Learning ทำงานอย่างไรกับ AI Agent

หลักการของ Federated Learning เปรียบเสมือนการสอนหนังสือโดยไม่ต้องเอากระดาษคำตอบของนักเรียนแต่ละคนไปรวมไว้ที่เดียว ลองนึกภาพว่าคุณมีร้านอาหาร 30 สาขาทั่วประเทศ แต่ละสาขามีข้อมูลยอดขายและพฤติกรรมลูกค้าที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ การฝึก AI Agent แบบดั้งเดิมจะต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนี้ไปไว้ที่เซิร์ฟเวอร์กลางเพื่อเทรนโมเดลพยากรณ์ยอดขาย ซึ่งเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้าและมีค่าใช้จ่ายสูงในการส่งข้อมูลจำนวนมาก

แต่ด้วย Federated Learning แต่ละสาขาจะได้รับ 'โมเดลว่าง' จากเซิร์ฟเวอร์กลางไปก่อน สาขาเหล่านั้นจะนำโมเดลไปฝึกกับข้อมูลของตนเองบนเครื่องของร้าน โดยใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีต่อรอบ จากนั้นส่งเฉพาะ 'ค่าถ่วงน้ำหนัก' (Weights) ที่ถูกปรับปรุงแล้วกลับมา ซึ่งค่าถ่วงน้ำหนักนี้เป็นเพียงตัวเลขทางคณิตศาสตร์ที่ไม่มีข้อมูลลูกค้าดิบเจือปนอยู่เลย เซิร์ฟเวอร์กลางจะรวมค่าถ่วงน้ำหนักจากทุกสาขาด้วยอัลกอริทึมที่เรียกว่า Federated Averaging (FedAvg) สร้างเป็นโมเดล Global ที่แข็งแกร่งขึ้น แล้วส่งกลับไปให้ทุกสาขาเริ่มรอบใหม่ ทำซ้ำประมาณ 10-20 รอบจนกว่าค่าความแม่นยำจะถึงระดับที่ยอมรับได้

กระบวนการนี้เกิดขึ้นโดยที่ร้านสาขา A ไม่เคยเห็นข้อมูลของสาขา B เลย แต่โมเดลที่ได้กลับมาสามารถพยากรณ์ยอดขายในวันที่ฝนตกหรือช่วงเทศกาลได้แม่นยำขึ้นเพราะเรียนรู้จากรูปแบบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่พร้อมกัน การเข้ารหัสระหว่างการส่งพารามิเตอร์ยังใช้ Secure Aggregation ซึ่งเป็นเทคนิคที่เซิร์ฟเวอร์กลางไม่สามารถมองเห็นค่าถ่วงน้ำหนักของแต่ละร้านได้ด้วยซ้ำ มีเพียงผลรวมสุดท้ายเท่านั้นที่ถอดรหัสได้

ทำไม Federated Learning ถึงสำคัญกับ SME ไทยในยุค PDPA

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2565 ทำให้ SME ไทยต้องเผชิญกับความท้าทายในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลลูกค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การส่งข้อมูลลูกค้าข้ามระบบหรือไปยังผู้ให้บริการคลาวด์ภายนอกต้องได้รับความยินยอมชัดเจนจากเจ้าของข้อมูล ซึ่งหลายครั้งลูกค้าก็ไม่ยินยอมหรือถอนความยินยอมในภายหลัง ทำให้ธุรกิจขาดข้อมูลที่จะนำมาพัฒนา AI

Federated Learning ช่วยแก้ปัญหานี้โดยตรง: ข้อมูลไม่ต้องถูกส่งออกจากระบบของคุณ หมายความว่าคุณไม่ต้องขอความยินยอมเพิ่มเติมในการถ่ายโอนข้อมูลไปภายนอก เพราะข้อมูลยังคงอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของร้านคุณตลอดเวลา ซึ่งสอดคล้องกับหลักการ Data Minimization และ Purpose Limitation ตาม PDPA

ยกตัวอย่างร้านค้าปลีกชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีฐานข้อมูลลูกค้าประจำ 5,000 ราย การรวบรวมข้อมูลเพื่อทำโมเดลพยากรณ์สต็อกสินค้าด้วยวิธีปกติ ต้องขอความยินยอมจากลูกค้าทุกรายซึ่งเป็นไปได้ยาก แต่ด้วย Federated Learning ร้านสามารถฝึกโมเดลโดยใช้ข้อมูลลูกค้าที่มีโดยไม่ต้องแจ้งลูกค้าเพิ่มเติมนอกจากนโยบายการใช้งานเดิม และยังสามารถร่วมมือกับร้านค้าอื่นในพื้นที่เพื่อให้โมเดลเรียนรู้พฤติกรรมการซื้อของคนในจังหวัดได้ดียิ่งขึ้น โดยที่ลูกค้าไม่ต้องกังวลว่าประวัติการซื้อของตนจะถูกส่งออกไปให้ใครเห็น

นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้าน Compliance หรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เพราะธุรกิจไม่ต้องจ้างที่ปรึกษากฎหมายเพื่อจัดทำสัญญาประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement) กับผู้ให้บริการคลาวด์ หรือทำการประเมินผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัว (DPIA) ในการส่งข้อมูลข้ามประเทศ ซึ่งเป็นภาระของ SME ที่มีงบประมาณจำกัด

กรณีใช้งานจริง: กลุ่มร้านอาหารไทยร่วมกันพยากรณ์ยอดขายแบบไม่แชร์ข้อมูลลูกค้า

ลองนึกภาพกลุ่มร้านอาหารบุฟเฟต์สุกี้ 15 สาขาในกรุงเทพฯ ที่ต้องการสร้าง AI Agent สำหรับพยากรณ์จำนวนลูกค้าที่จะมาใช้บริการในแต่ละวัน เพื่อวางแผนสต็อกวัตถุดิบและจัดตารางพนักงาน แต่ละสาขามีข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าที่แตกต่างกัน บางสาขาอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้า การเทรนโมเดลจากข้อมูลของสาขาใดสาขาหนึ่งเพียงอย่างเดียวจะทำให้พยากรณ์ผิดพลาดสูง

ด้วย Federated Learning แต่ละสาขาสามารถเข้าร่วม 'กลุ่มสุกี้พยากรณ์' โดยมีเซิร์ฟเวอร์กลางที่ดูแลโดยสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร การฝึกโมเดลเป็นไปตามขั้นตอนนี้:

  1. แต่ละสาขาเตรียมชุดข้อมูลลูกค้าประจำวัน ประกอบด้วย: จำนวนลูกค้าต่อวัน, วันในสัปดาห์, สภาพอากาศ (จาก API ฟรี), วันหยุดนักขัตฤกษ์, โปรโมชั่นที่กำลังจัด โดยลบชื่อและเบอร์โทรลูกค้าออก
  2. เซิร์ฟเวอร์กลางส่งโมเดลเริ่มต้น ซึ่งเป็นโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) ขนาดเล็กที่มีพารามิเตอร์ไม่กี่หมื่นค่า ให้แต่ละสาขาโหลดไปยังเครื่อง POS หรือเซิร์ฟเวอร์ภายในร้าน
  3. แต่ละสาขาเทรนโมเดล 3 รอบด้วยข้อมูลของตัวเอง ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีต่อสาขา
  4. ส่งค่าถ่วงน้ำหนักกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์กลาง โดยใช้การเข้ารหัสแบบ Homomorphic Encryption ที่แม้เซิร์ฟเวอร์กลางก็ไม่สามารถอ่านค่าถ่วงน้ำหนักของแต่ละสาขาได้
  5. เซิร์ฟเวอร์กลางรวมค่าเฉลี่ย และส่งโมเดลที่อัปเดตแล้วกลับไปยังทุกสาขา

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองจริงในต่างประเทศ (McMahan et al., 2017) พบว่าโมเดลที่ผ่าน 20 รอบของ Federated Learning มีความแม่นยำใกล้เคียงกับการรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ที่ศูนย์กลาง (Centralized Training) ถึง 97% ในขณะที่ลดความเสี่ยงด้านข้อมูลไปได้เกือบ 100%

"เราพบว่าร้านสาขาที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยมีลูกค้าลดลง 40% ในช่วงสอบ แต่สาขาในห้างกลับเพิ่มขึ้น ทำให้โมเดลเรียนรู้ทั้งสองรูปแบบและพยากรณ์ได้แม่นยำขึ้นมาก" คือคำบอกเล่าจากผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีของร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ใช้ระบบนี้

เปรียบเทียบกับวิธีการแบบเก่า: ทำไม Federated Learning ถึงเปลืองทรัพยากรน้อยกว่าที่คิด

ข้อกังวลแรกที่เจ้าของธุรกิจมักมีคือ 'การส่งโมเดลไปมาแบบนี้ใช้ทรัพยากรมากไหม' คำตอบคือน้อยกว่าที่หลายคนคิดมาก ลองเปรียบเทียบกับวิธีดั้งเดิม:

วิธีดั้งเดิม (Centralized Training):

  • ส่งข้อมูลทั้งหมด 50 GB ไปยังคลาวด์กลางทุกครั้งที่ต้องการอัปเดตโมเดล
  • ค่าใช้จ่ายการส่งข้อมูล (Egress) 2,000-5,000 บาทต่อครั้ง
  • ข้อมูลลูกค้าถูกจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ใช่ของเรา เพิ่มความเสี่ยง PDPA
  • ใช้ GPU ขนาดใหญ่ราคา 50,000-100,000 บาทต่อเดือนในการเทรน

Federated Learning:

  • ส่งเฉพาะค่าถ่วงน้ำหนักขนาด 2-5 MB ต่อรอบ ไม่ใช่ข้อมูลดิบ
  • ค่าใช้จ่ายการส่งข้อมูลหลักสิบสตางค์ต่อครั้ง
  • ข้อมูลลูกค้า 'อยู่กับที่' ตลอดเวลา ไม่มีการจัดเก็บภายนอก
  • ใช้ CPU หรือ GPU ขนาดเล็กในเครื่อง POS หรือเซิร์ฟเวอร์ท้องถิ่นได้

นอกจากนี้ ยังลดค่าใช้จ่ายด้าน Compliance และการทำสัญญากับผู้ให้บริการคลาวด์ที่ซับซ้อน SME ไทยที่ใช้ระบบ ERP เช่น Odoo สามารถเชื่อมต่อ Federated Learning ผ่านโมดูลเสริมที่พัฒนาโดยชุมชนโอเพนซอร์ส โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบที่ใช้งานอยู่

ข้อดีอีกประการคือความทนทานของระบบ หากเซิร์ฟเวอร์กลางล่ม แต่ละร้านยังสามารถใช้โมเดลที่อยู่ในเครื่องของตนเองพยากรณ์ได้ตามปกติ จนกว่าเซิร์ฟเวอร์จะกลับมาให้บริการอีกครั้ง ซึ่งแตกต่างจากระบบคลาวด์ที่หากอินเทอร์เน็ตขาดจะไม่สามารถใช้งานอะไรได้เลย

แนวทางเริ่มต้น: 5 ขั้นตอนใช้โอเพนซอร์ส Federated Learning กับระบบ Odoo

สำหรับ SME ไทยที่ใช้ระบบ ERP Odoo อยู่แล้ว การเริ่มต้นใช้ Federated Learning ทำได้ง่ายกว่าที่คิดด้วยเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สยอดนิยม:

ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้ง TensorFlow Federated บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในร้าน

เริ่มด้วยการติดตั้ง Python 3.9+ และ TensorFlow Federated ผ่านคำสั่ง pip install tensorflow-federated บนเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Linux (Ubuntu 22.04 LTS แนะนำ) โดยใช้เครื่องระดับ i5 รุ่นใหม่ที่มี RAM 8GB ซึ่งในปี 2569 เครื่องมือสองราคาเพียง 8,000-12,000 บาท

ขั้นตอนที่ 2: ดึงข้อมูลจาก Odoo ผ่าน XML-RPC หรือ API

ใช้โมดูล odoo-federated-connector ที่พัฒนาโดยชุมชนโอเพนซอร์ส (ดาวน์โหลดฟรีจาก GitHub) เพื่อดึงข้อมูลฟิลด์ที่จำเป็น เช่น sale.order.line.product_id, product.template.categ_id, pos.order.date_order โดยเขียน Scrip

ขั้นตอนที่ 3: เข้าร่วมกลุ่ม Federated Learning

ติดต่อผู้ประสานงานกลุ่มธุรกิจในลักษณะเดียวกัน เช่น กลุ่มร้านอาหารในย่านเดียวกัน หรือกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาในจังหวัดเดียวกัน เพื่อเชิญชวนเข้าร่วม 'Federation' ตกลงกันว่าจะใช้โครงสร้างโมเดลแบบเดียวกันและจำนวนรอบการเทรนที่เท่ากัน

ขั้นตอนที่ 4: ตั้งค่า Round Coordinator

ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์กลางบนเครื่องเสมือน (VM) ขนาดเล็ก ผู้ให้บริการคลาวด์ไทยอย่าง ไบต์เมฆ หรือ เน็ตเซิร์ฟ มีบริการ VM ราคาประมาณ 500-1,000 บาทต่อเดือน โดยใช้โค้ดตัวอย่างจาก FedML repository ที่มีคู่มือภาษาไทยบางส่วนจากชุมชนบน Facebook Group "AI for Thai Business"

ขั้นตอนที่ 5: ทดสอบและปรับใช้

เริ่มต้นด้วยข้อมูลของร้านตนเองก่อน 2-3 รอบเพื่อให้แน่ใจว่าโมเดลไม่ Overfit จากนั้นเชิญสมาชิกในกลุ่มเข้าร่วมจริง

นอกจากนี้ ยังมีบริการแบบ Managed Federated Learning จากผู้ให้บริการต่างประเทศ เช่น OpenMined หรือ NVIDIA FLARE ที่มีส่วนลดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่ง SME ไทยสามารถใช้ได้โดยเสียค่าบริการเริ่มต้น 2,000-5,000 บาทต่อเดือน ในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยและการเข้ารหัส

สรุป

Federated Learning คือเครื่องมือที่ทำให้ SME ไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านข้อมูลส่วนบุคคลและงบประมาณที่จำกัด เพื่อเข้าถึงศักยภาพของ AI Agent ได้อย่างแท้จริง แทนที่การรวมข้อมูลไว้ที่ศูนย์กลางซึ่งมีความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายสูง วิธีนี้กลับให้อิสระแก่ธุรกิจในการร่วมมือกันเรียนรู้โดยไม่ต้องเสียสละความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นในปี 2569 นี้ สิ่งที่ต้องมีคือ:

  • เครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในร้านที่มีพื้นที่ว่างเพียงพอ
  • ความเข้าใจระดับพื้นฐานเกี่ยวกับ Python หรือความพร้อมในการจ้างผู้เชี่ยวชาญรายโครงการ (2-4 สัปดาห์)
  • ความร่วมมือจากธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน อย่างน้อย 5-10 ราย

ในโลกที่ข้อมูลคืออาวุธทางการค้า แต่กฎหมายก็ปกป้องสิทธิของเจ้าของข้อมูล Federated Learning จึงเป็นทางรักที่ให้ทั้งสองฝ่ายชนะ: ลูกค้าอุ่นใจว่าข้อมูลไม่รั่วไหล ธุรกิจก็ได้โมเดล AI ที่แม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องกลัวผิด PDPA

คำถามที่คุณอาจสงสัยต่อ: หากคุณเป็นเจ้าของร้านกาแฟ 3 สาขาในจังหวัดขอนแก่น คุณจะเริ่มรวมกลุ่มกับร้านกาแฟอื่นในจังหวัดอุดรธานีและหนองคายเพื่อสร้างโมเดลพยากรณ์ยอดขายร่วมกันได้อย่างไร? คำตอบคือการติดต่อผ่านสมาคมผู้ประกอบการร้านกาแฟอีสาน หรือใช้ช่องทาง Line OA ของกลุ่มธุรกิจในพื้นที่ ซึ่งหลายกลุ่มเริ่มเปิดรับสมาชิกเพื่อทดลองใช้ Federated Learning ฟรีในช่วงปลายปี 2569 นี้

คำถามที่พบบ่อย

Federated Learning ต่างจากการส่งข้อมูลไปเทรน AI ที่คลาวด์ทั่วไปอย่างไร

การเทรน AI แบบดั้งเดิมต้องรวบรวมข้อมูลลูกค้าทั้งหมดไปเก็บไว้ที่คลาวด์กลางเพื่อฝึกโมเดล แต่ Federated Learning กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง: ตัว AI Agent จะถูกส่งไปเทรนบนเครื่องหรือเซิร์ฟเวอร์ของแต่ละ SME โดยตรง เฉพาะค่าพารามิเตอร์ของโมเดลที่ถูกอัปเดตแล้วเท่านั้นที่จะถูกส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์กลางเพื่อรวมกันเป็นโมเดลที่แข็งแรงขึ้น ทำให้ข้อมูลดิบของลูกค้าอยู่กับที่ตลอดเวลา ลดความเสี่ยงการรั่วไหลระหว่างส่งข้อมูล และยังทำให้ธุรกิจไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการย้ายข้อมูลปริมาณมาก

SME ไทยที่มีงบประมาณจำกัดสามารถเริ่มใช้ Federated Learning ได้จริงหรือไม่

ได้จริงและคุ้มค่าในระยะยาว ปัจจุบันมีเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สฟรี เช่น TensorFlow Federated หรือ FedML ที่ติดตั้งบนเครื่องทั่วไปที่มีหน่วยประมวลผล CPU หรือ GPU ธรรมดาได้ ไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ราคาแพง สำหรับธุรกิจที่ใช้ระบบ ERP อย่าง Odoo สามารถเชื่อมต่อโดยตรงผ่าน API หรือโมดูลเสริม стоимостиไม่กี่พันบาทต่อเดือน นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้บริการคลาวด์บางรายที่เริ่มมีบริการ Federated Learning แบบจ่ายตามการใช้งาน ทำให้ SME ขนาดเล็กเริ่มต้นด้วยการทดลองกับข้อมูล 1,000-5,000 รายการก่อนขยายผล

ข้อมูลต้องมีการจัดการอย่างไรก่อนใช้ Federated Learning เพื่อให้สอดคล้องกับ PDPA

ถึงแม้ Federated Learning จะช่วยลดความจำเป็นในการส่งข้อมูลออกนอกองค์กร แต่ข้อมูลที่ใช้ในการเทรนและพารามิเตอร์ที่ส่งกลับยังต้องระวังเรื่อง PDPA ขั้นแรก ควรลบข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ (PII) เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร หรือเลขบัตรประชาชน ออกจากชุดข้อมูลก่อนเทรน หรือใช้วิธีสร้างข้อมูลสังเคราะห์ (Synthetic Data) จากข้อมูลจริง โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำการประเมินผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัว (DPIA) ร่วมกับทีมกฎหมายก่อนเริ่มโครงการจริง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้อมูลลูกค้าใดรั่วไหลผ่านทางอ้อม เช่น จากค่า feature importance

Federated Learning เหมาะกับธุรกิจประเภทใดบ้างในประเทศไทย

เหมาะกับธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่ข้อมูลมีมูลค่าแต่ไม่มากพอที่จะเทรนโมเดลคนเดียว โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องปกป้องข้อมูลตาม PDPA เช่น กลุ่มร้านอาหารที่ร่วมกันพยากรณ์ยอดขายตามฤดูกาลโดยไม่แชร์ประวัติลูกค้า กลุ่มคลินิกทันตกรรมหรือคลินิกเสริมความงามที่ต้องการวิเคราะห์แนวโน้มการเข้ารับบริการแต่ห้ามส่งข้อมูลสุขภาพออกนอกระบบ กลุ่มโรงเรียนกวดวิชาที่ต้องการแนะนำคอร์สเรียนเฉพาะบุคคลจากพฤติกรรมการเรียนโดยรวมโดยไม่เปิดเผยข้อมูลนักเรียน ไปจนถึงร้านค้าปลีกชุมชนที่ร่วมกันเทรนโมเดลคาดการณ์สต็อกสินค้า

การเริ่มต้นใช้ Federated Learning ต้องมีทีมงานด้าน AI หรือ Data Scientist หรือไม่

ในระยะเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องมีทีม Data Scientist ประจำบริษัท เพียงมีผู้ดูแล IT หรือระบบ ERP ที่เข้าใจหลักการพื้นฐานและสามารถตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ตามคำแนะนำแบบทีละขั้นตอนได้ เฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สส่วนใหญ่มีตัวอย่างโค้ดและคู่มือสำหรับการทดลองกับข้อมูลตัวอย่างสำเร็จรูป แต่สำหรับการปรับใช้จริงกับข้อมูลธุรกิจ แนะนำให้จ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน Machine Learning แบบรายโครงการ (Consultant) มาช่วยออกแบบโมเดลและตั้งค่าระบบครั้งแรก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ จากนั้นทีม IT ภายในสามารถดูแลระบบต่อได้เอง